คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

สร้างการรวมกลุ่มปลูกกาแฟที่ "กวางตรี"

กาแฟถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะขณะนี้มีคนหันมาดื่มกาแฟสดกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณกาแฟเพิ่มความต้องการเป็นจำนวนมาก และในกลุ่มประเทศอาเซียน เวียดนามถือเป็นประเทศที่มีการส่งเมล็ดกาแฟเป็นอันดับสองของโลก แต่ยังมีปัญหาเรื่องการคุณภาพการผลิตอยู่มาก ทำให้สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ได้เข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนี้ ทำให้ตอนนี้ชาวสวนกาแฟ ที่เมืองกวางตรี มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก ไปติดตามเรื่องนี้จากรายงานประเทศเวียดนามมีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 6 แสน 5 หมื่นเฮกตาร์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตที่ราบสูงเตเงวียนและส่งออกกาแฟไปยัง 60 ประเทศทั่วโลก ตัวเลขเมื่อปี 2014 มูลค่าการส่งออกกาแฟของเวียดนามอยู่ที่ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปัญหาของเวียดนามที่พบคือ ผลผลิตไม่แน่นอน คุณภาพของเมล็ดกาแฟยังด้อยอยู่ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนของเกษตรกรก็มีน้อยด้วยเช่นกันเหตุนี้เอง ทำให้สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง หรือ MI โดยการสนับสนุนขององค์การเพื่อการพัฒนาและความร่วมมือแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้ดำเนินโครงการส่งเสริม การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นในกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มน้ำโขง ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตกสู่ตะวันออก หรือ อีเวค มาตั้งแต่ ปี 2556 ได้เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งการเพิ่มความรู้ให้กับชาวสวนกาแฟ ที่เมืองดงฮา จังหวัดกวางตรี พร้อมกับส่งเสริมการรวมกลุ่ม การเข้าถึงแหล่งทุนและการตลาด จนทำให้ทุกวันนี้ ชาวสวนกาแฟที่นั่นมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมโห่ ลา งาน เกษตรกรกลุ่มปลูกกาแฟซารี ชุมชนเหืองฟุ่ง อำเภอเหืองฮว๋า จังหวัดกวางตรี หนึ่งในเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ บอกว่า ปลูกกาแฟมานานแล้วก่อนที่ MI จะเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้ปลูกแบบไม่ได้มีความรู้ ผลผลิตที่ได้นำไปขยให้พ่อค้าคนกลาง จึงถูกกดราคา แต่หลังจากทาง MI มาให้การช่วยเหลือ มีรายได้มากขึ้น และมีความรู้เรื่องการปลูก การดูแลรักษา พร้อมกับได้เข้าร่วมกลุ่มกับสมาชิกในหมู่บ้าน มีรถของกลุ่มมารับผลผลิตจากบ้าน แถมราคาก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยมีส่วนต่างของราคาเพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อกิโลกรัมด้านหัวหน้ากลุ่มเกษตรกรซารี เล ดึ๊ก บิ่ง บอกว่า เข้าร่วมโครงการกับ MI เมื่อ ปี 2559 ที่ผ่านมา ผลที่เห็นได้ชัดเจนคือ ลดต้นทุนและมีรายได้ดีกว่าเดิม โดยกลุ่มของเขามีสมาชิก 51 ครอบครัว 28 ครอบครัว เป็นคนเวียดนาม และอีก 23 ครอบครัวเป็นกลุ่มชาวเขา ปีที่แล้วทางกลุ่มขายเมล็ดกาแฟได้ 331 ตัน มีรายได้กว่า 1 แสน 7 หมื่นบาท ซึ่งถือว่ามีรายได้มาก การที่ MI เข้ามาช่วยเหลือ ได้มีการอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูก การเก็บเกี่ยว หาตลาดให้ พร้อมกับเจรจากับแหล่งทุนให้ ทุกวันนี้ชาวสวนกาแฟที่นี่ มีรายได้ดี และมีความสุขกับการปลูกกาแฟมาก เพราะรายได้เพิ่มจากเดิมกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวส่วนวัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นของโครงการว่า การเข้ามาส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่นี่มีทั้งหมด 17 กลุ่ม โดยทาง MI มีสำนักงานอยู่ที่เมืองดองฮา ทำหน้าที่ช่วยเหลือ ประสานงาน และจัดอบรมให้กับเกษตรกร การมาดูผลสัมฤทธิ์ในครั้งนี้ ภูมิใจที่เกิดผลอย่างดีเยี่ยม
image beaconimage beaconimage beacon