คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
สื่อเยอรมัน ตีข่าว "ซีเก้" แยกทางราชบุรี

หนุน-ค้าน ม.44 เปิดช่อง "คนนอก" นั่งอธิการฯ-คณบดี

เมื่อวานมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ซึ่งออกตามมาตรา 44 เพิ่มอีก 1 ฉบับ เนื้อหาส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ นั่นก็คือการเปิดให้ผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นๆ สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดี / รอง / ผู้ช่วยอธิการ ไปจนถึงคณบดีได้ ทำให้วันนี้มีกระแสวิจารณ์ทั้งในเชิงสนับสนุนและคัดค้านฝ่ายสนับสนุนก็เช่น อาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่บอกว่า เป็นคำสั่งที่ออกมาแก้ไขปัญหาของบางมหาวิทยาลัยที่มีอาจารย์จำนวนน้อย หากบังคับให้ต้องเลือกอธิการบดีจากคนในเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหา เช่น ในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือ ราชมงคล มีอาจารย์ประมาณ 200-300 คน ต่างกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาฯ หรือมหิดล ที่มีคณาจารย์ประมาณ 2,000 คน ทำให้มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ไม่เคยเลือกคนนอกมาเป็นผู้บริหาร ฉะนั้นถ้าคนในไม่ดีพอ หรือมีคนไม่พอ ก็ต้องไปเลือกคนนอก ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ส่วนใหญ่จะห้ามคนในมหาวิทยาลัยมาเป็นอธิการบดีด้วยซ้ำ โดยจะต้องเอาคนนอกเท่านั้น เนื่องจากกลัวว่าคนในจะมองแคบ ไม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเพียงพอด้านความเห็นของฝ่ายคัดค้าน มีการมองกันว่า ในยุคที่ทหารมีอำนาจมากแบบนี้ ออกคำสั่งมาตรา 44 เปิดกว้างให้ใครก็ได้เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย แบบนี้ต่อไปอาจจะมีทหารไปนั่งเป็นอธิการบดีหรือคณบดีก็ได้ เหมือนยุคจอมพล ป. และ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ที่เคยส่งทหารไปนั่งบริหารมหาวิทยาลัยมาแล้วอีกคนหนึ่งที่ออกมาคัดค้านในนามของสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ รัฐกรณ์ คิดการ โดยอาจารย์ได้สรุปผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากคำสั่งตามมาตรา 44 เอาไว้ดังนี้1.ส่งผลต่อคดีในศาลปกครองที่มีการฟ้องร้องกันอยู่นับสิบคดี รวมๆ แล้วกว่า 10 สถาบัน กรณีแต่งตั้งคนนอก หรือข้าราชการเกษียณอายุเป็นอธิการบดี คดีเหล่านี้เมื่อมีคำสั่งตาม ม.44 ออกมาก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ทั้งๆ ที่บางคดีศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้แล้ว2.คำสั่งหัวหน้า คสช.เขียนไว้กว้างๆ ไม่ระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น ไม่กำหนดอายุ ฉะนั้นต่อไปอาจมีบางสถาบันตั้งคนอายุ 80-90 ปีมาเป็นอธิการก็ได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว3.ผลในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามระเบียบราชการ เพราะเมื่อไม่ได้เป็นข้าราชการ ก็ต้องนำเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย เช่น ค่าเทอมนักศึกษา มาจ่ายให้แทน อาจส่งผลให้เก็บค่าหน่วยกิตแพง เพราะตั้งเงินเดือนได้ในอัตราสูงแบบไม่มีขีดจำกัด4.เมื่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ใช่ข้าราชการ ก็อยู่นอกเหนือการบังคับตามกฎหมายว่าด้วยวินัยราชการ ส่งผลต่อการบริหารงานอย่างแน่นอนข้อสังเกตของ อาจารย์รัฐกรณ์ ฟังแล้วเป็นเรื่องใหญ่มาก และกระทบกับการบริหารสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอย่างรุนแรง ฉะนั้นเราจะไปพูดคุยเจาะลึกในรายละเอียดกับอาจารย์รัฐกรณ์ ในฐานะประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทยกันค่ะ

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon