คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"รอยส์" ซัดชัยพาดอร์ทมุนด์เฉือนกลัดบัค 1-0

หนุ่มคลั่งยิง ดต.เสียชีวิตก่อนถูกวิสามัญ

เชียงใหม่-หนุ่มรปภ.เมายาคลุ้มคลั่ง ยิงด.ต.ดับ1 ศพ ก่อนแย่งปืนศพ ยิงด.ต.อีก 1 นายสาหัส ก่อนถูกวิสามัญดับคาสวนลำไยในบ้านเมื่อเวลา 07.50น. เช้าวันนี้ (17 มี.ค.) พ.ต.ท.อุทัย คาดชะดาคำ รอง ผกก.สภ.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ได้รับแจ้งเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่ง ยิงตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย ก่อนจะถูกวิสามัญเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 10 ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดกู้ภัยและทีมนิติเวช และกั้นพื้นที่เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้จุดเกิดเหตุและสัมผัสเบาะแสหลักฐานในที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 10.15น.พล.ต.ต.มนตรี สัมปุณณานนท์ รอง ผบช.ภ. 5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ. 5 พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.ท.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ. 5 ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุ เลขที่ 50 หมู่ 10 บ้านแพะแม่แฝกใหม่ ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นบ้านไม้ปลูกอยู่ในสวนลำไย 2 หลัง บริเวณหน้าบ้านพบศพ ด.ต.อุทัย มณีรัตน์ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่ งาน ป.สภ.แม่แฝก นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงายคาเครื่องแบบตำรวจ มีผ้าขาวปิดบังศพอยู่ สภาพศพ โดนอาวุธปืน ไทยประดิษฐ์ ขนาด 11 มม.ยิงเข้าซี่โครงซ้ายกระสุนออกด้านหลัง และมีแผลโดนฟันด้วยมีดดาบซามูไร เข้าที่ใบหน้าบริเวณปากด้านขวาเป็นแผลยาว กว่า 5 นิ้ว โดยห่างจากจุดเกิดเหตุศพแรกเข้าไปในสวนลำไยหลังบ้าน ประมาณ 80 เมตร พบศพนายนิคม จุ่มแก้ว อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 50 หมู่ 10 ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า ถูกยิงกลางลำตัว หลายนัด ในมือถือมีดดาบซามูไร และอาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก นอกจากนี้ยังทราบอีกว่ามีด.ต.ปิยะศักดิ์ ต้นคุณ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.แม่แฝก ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลสันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่แล้วพล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ. 5 เปิดเผยว่า จากการสอบถาม นายปัน จุ่มแก้ว อายุ 65 ปี บิดาของคนร้ายที่เสียชีวิต ทราบว่า นายนิคม เป็นบุตรชายคนรอง เคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติดและถูกปล่อยตัวมาแล้วหลายปี ปัจจุบันทำอาชีพเป็น รปภ.บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยได้ลามาอยู่บ้านเป็นเวลา 10 วัน ที่ผ่านมานายนิคมน่าจะกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้ง โดยเคยปรากฏอาการคล้ายเมายาบ้า มาหลายครั้ง บางครั้งก็คลุ้มคลั่งจะทำร้ายคนในครอบครัว ทางครอบครัวก็พยายามห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผล ตนจึงได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันทราย และได้รับคำแนะนำว่าหากนายนิคมมีอาการอีกก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันทีคืนก่อนเกิดเหตุ นายนิคม ได้มีอาการคลุ้มคลั่ง ถือมีดซามูไร เดินวนในบ้านทั้งคืน และมีอาการเพ้อคล้ายระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย แต่ก็ไม่ได้เดินออกจากบ้าน ตนจึงได้หลบอยู่ในบ้าน กระทั่งรุ่งสางนายนิคมก็ยังมีอาการคลุ้มคลั่งอยู่ ตนจึงได้ตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งเวลาเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาจำนวน 4 นาย มาเรียกหน้าบ้าน ก่อนที่ด.ต.อุทัย ผู้ตาย ได้เปิดประตูและเดินเข้ามาก่อน จังหวะที่ไม่ทันระวังตัวก็โดน นายนิคม ยิงอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด11 มม.ออกมาจากภายในตัวบ้าน ระหว่างไม้ระแนง 1 นัด โดนเข้าที่ลำตัวบริเวณซี่โครงด้านซ้าย ล้มลงไปทันที ก่อนที่นายนิคมคนร้ายจะวิ่งเข้ามาเอามีดฟันเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้ง และแย่งเอาอาวุธปืนประจำกายขนาด .38 ของตำรวจจากร่างของเจ้าหน้าที่ ยิงสวนเจ้าหน้าที่ อีก 3 นายหน้าบ้านระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้ระดมยิงระงับเหตุ โดยจังหวะที่ ด.ต.ปิยะศักดิ์ ออกจากที่กำบัง วิ่งไปเพื่อยิงต่อสู้ นายนิคมก็ได้ยิงสวนเข้ามาถูกบริเวณลำตัว เป็นเหตุให้ด.ต. ปิยะศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายนิคมก็คาดว่าถูกอาวุธปืนเข้าที่ลำตัว จึงได้วิ่งหลบเข้าไปที่สวนลำไยหลังบ้าน และเจ้าหน้าที่ 2 นายที่เหลือก็ได้วิ่งตามและระดมยิง ก่อนที่นายนิคมจะล้มลงสิ้นใจไม่ห่างจากตัวบ้าน ดังกล่าว ขณะที่นายปันผู้เป็นบิดายังเปิดเผยอีกว่า ไม่คิดว่าลูกชายจะมีอาวุธปืน ใช้ยิงเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียชีวิตพล.ต.ต.ภาณุเดช กล่าวอีกว่า ในด้านการช่วยเหลือครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต ในหน้าที่จากการปะทะคนร้าย เบื้องต้นจะมีเงินสวัสดิการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 5 แสนบาท และมีเงินฌาปนกิจจากภูธรภาค5 ราว 6 แสนบาท ส่วนการปูนบำเหน็จให้กับ ผู้ตาย ก็คงจะต้อง พิจารณาให้ไม่ต่ำกว่า 5 ชั้นยศ หรืออาจได้ 7 ชั้นยศ 5 ขั้นเงินเดือน จากยศ ดาบตำรวจ เลื่อนยศ เป็น พันตำรวจโท ตามขั้นตอนจากนี้ไปต้องดูแลครอบครัวของด.ต.อุทัย ผู้เสียชีวิต ว่าจะช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างไร จากการสอบถาม ภรรยาของด.ต.อุทัย คือ นางอารีย์ มณีขัตย์ อายุ 52 ปี ทราบว่ามีลูกสาว 1 คนเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชั้นปีที่ 4 ซึ่งจะต้องสอบถามไปยังลูกสาวว่าจะสนใจรับราชการตำรวจเหมือนบิดาหรือไม่ หากสนใจก็จะรับเข้าเป็นตำรวจตามระเบียบ จากสิทธิการเป็นทายาท ส่วนด.ต.ปิยะศักดิ์ ต้นคุณ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.แม่แฝก เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็จะมีการดูแลอย่างเต็มที่ มอบเงินชดเชยเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1.2แสนบาท

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon