คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"นกแอร์" ควันดำพุ่ง-ลงจอดฉุกเฉิน

อาการ "ช้างป่าพลายชมพู" ยังน่าห่วง

ภารกิจช่วยเหลือช้างป่าพลายชมพู อายุ 15 ปี น้ำหนักกว่า 4 ตัน ซึ่งถูกน้ำป่าซัดตกคลองได้รับบาดเจ็บที่ 2 ขาหลัง ไม่สามารถพยุงตัวได้เอง เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดพิษณุ โดยรถแบ็คโฮ 2 คันประคองขึ้นบรรทุกส่งไปรักษา /เมื่อเช้านี้ก็มาถึงที่สถาบันคชบาล จังหวัดลำปางแล้ว ทีมสัตวแพทย์ได้ฉีดสารให้น้ำเพื่อให้มีแรง รอพักฟื้น ซึ่งจะต้องประเมินอาการและวางแผนรักษา อาการโดยรวมยังน่าเป็นห่วงทีมสัตวแพทย์ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ จังหวัดลำปาง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำการเคลื่อนย้ายช้างป่าพลายชมพู โดยใช้รถแบคโฮ 2 คัน พยุงช้าง ลงจากรถบรรทุกมาไว้ที่บริเวณคอกธรรมชาติ นำเอากองฟาง มาหนุนบริเวณก้น เพื่อพยุงน้ำหนัก รวมถึงนำเอาทราย มาทำเป็นหมอน ให้พยุงตัว และทางทีมสัตวแพทย์ได้ให้ยาแก้ฤทธิ์สลบเพื่อให้ฟื้นตัวนายสัตวแพทย์ ทวีโภค อังควานิช นายสัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติ ฯ กล่าวว่า ขาหลังที่ไม่ได้ใช้งานเริ่มมีแรงกดดันมาที่ช่องท้อง จึงต้องปลดตัวพยุงออก เพื่อลดอาการบวม ซึ่งตอนนี้ต้องพยายามที่จะให้ช้างยืนให้ได้ โดยต้องจัดท่าให้เหมาะสม และเร่งให้สารน้ำทดแทนในร่างกาย ตอนนี้กระบวนการรักษาได้เริ่มต้นแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่าอาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับตัวช้างว่าจะรับการรักษาได้มากน้อยขนาดไหนด้าน นายภพปภพ ลรรพรัตน์ ผอ.สถาบันคชบาลแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากให้น้ำเกลือ และยาบำรุง เพื่อติดตามอาการที่บาดเจ็บขาหลังของช้าง และเข้าสู่การรักษา ค่อนข้างมั่นใจว่าที่นี่มีความพร้อมของเครื่องเอกซเรย์และอุปกรณ์ต่างๆที่มีความจำเป็นในการรักษา เหลือเพียงแต่ทุกคนต้องเอาแรงใจช่วยน้องช้างให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ทีมสัตวแพทย์ เปิดแผนรักษา "พลายชมพู"หลายคนอาจจจะสงสัยว่าแล้วการรักษาช้างป่าตัวนี้หลังจากนี้ต้องทำอย่างไร ล่าความจริงเรามาขยายประเด็นนี้กันต่อ วันนี้เรามีคำตอบแบบชัดๆ ข้อมูลที่เราได้มานี้ มาจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาช้าง และเป็นอาจารย์ของหมอช้างหลายๆคน นั่นคือนายสัตวแพทย์ปรีชา พวงคำ อดีตผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติคุณหมอบอกว่า การรักษาจะเป็นไปตามอาการ ตอนนี้สิ่งที่พบคือช้างมีบาดแผลคล้ายเกิดจากการต่อสู้ สันนิษฐานว่ามาจากการต่อสู้กันตามปกติของสัตว์ป่า (ตัวผู้แย่งตัวเมีย แย่งผสมพันธุ์) ช้างตัวนี้มีแผลถูกแทงที่ใบหน้าด้วย และที่เห็นชัดคือมีอาการอ่อนแรงที่ขาหลัง ซึ่งอาจจะมาจากการพลัดตกแม่น้ำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากระทบไปถึงกระดูกหรือไม่ ตอนนี้ก็ให้ยาแก้ปวด ลดการอักเสบไปก่อน คราวนี้เรามาดูขั้นตอนรักษาต่อจากนี้กันจะเห็นว่า เราได้ผ่านกระบวนการมา 3 ขั้นตอนแล้ว ก็คือ ประเมินความเสี่ยงและความพร้อมเคลื่อนย้าย อันนี้ตั้งแต่ที่ริมคลองแล้ว ต่อมาคือการรอให้ช้างแข็งแรง ประเมินสภาพจิตใจเพื่อเคลื่อนย้าย ก็ใช้เวลาเมื่อวานนี้ไปหลายชั่วโมง และขั้นตอนที่ 3 คือเคลื่อนย้าย เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้แพทย์ยังต้องให้ยาซึมไปก่อน เพื่อไม่ให้เค้าดิ้น เค้าจะไม่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ คราวนี้หลังจากนี้ ทางเดียวที่จะรู้ว่าขาหลังของช้างตัวนี้ถูกกระทบกระเทือนมากน้อยแค่ไหนก็ต้องเอ็กซเรย์ แล้วรักษาตามอาการด้วยความที่เป็นช้างป่า ควบคุมยาก เครื่องเอ็กซเรย์ก็เป็นเครื่องใหญ่ ถ้าช้างเห็นแล้วจะยอมรึเปล่า จะเตะเครื่องมั้ย อาจจะต้องประเมินอาการแล้วให้ยาซึมเป็นครั้งคราวเมื่อแพทย์ต้องเข้าไปรักษาใกล้ชิดสิ่งที่น่าสลดเกี่ยวกับอาการที่ขาหลังของช้าง คุณหมออธิบายว่า สมมติว่าเอ็กซเรย์แล้วพบว่ากระดูกหัก ก็รักษาต่อไม่ได้ เพราะดามเหล็กไม่ได้เหมือนคน ช้างตัวใหญ่เกินไป จะใส่เฝือกให้ก็เปล่าประโยชน์ ช้างเตะทีเดียวเฝือกก็หลุด คุณหมอบอกว่า น่าเสียใจที่เมื่อไหร่ที่ช้างมีปัญหาที่ขาส่วนใหญ่จะไม่รอด เพราะถ้าช้างยืนไม่ได้ เค้าจะนอน น้ำหนักก็กดทับลงขา เลือดไม่มาเลี้ยง ทีมรักษาก็จับพลิกไปมาไม่ได้ (ไม่ได้เหมือนสัตว์อื่นที่น้ำหนักไม่เยอะ เราพลิกไปมาได้) บวกกับช้างป่านั้นไม่เชื่อง จะมีการดิ้นรน ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาสิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือ การที่ช้างอยู่ในน้ำนานหลายชั่วโมง (48 ชั่วโมง) อาจเกิดภาวะปอดบวมเข้าแทรก หมอก็ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ลดการอักเสบ รวมถึงเรื่องที่ช้างเค้าจะต้องเปลี่ยนอาหารจากที่เคยหาเองตามธรรมชาติ มารับอาหารที่แพทย์ให้ ถ้ารับอาหารใหม่ไม่ได้ก็ต้องให้อาหารผ่านหลอดเลือดดำแทนตอนนี้ก็เลยได้แต่ให้ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบและประเมินกันทุกชั่วโมง หวังว่าช้างจะฟื้นฟูตัวเองได้บ้าง

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon