คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"กองปราบปราม" เรียกสอบพยานใหม่ "คดีหวย 30 ล้าน"

เก็บภาษีน้ำ ใน พ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้า

ปัญหาจากก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่ม ที่พื้นที่ขอนแก่น ซึ่งสถานที่ก่อตั้งโรงงานอยู่ใกล้เขื่อนอุบลรัตน์ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งเรื่องการใช้ทรัพยากร เป็นหนึ่งตัวอย่าง ที่ทำให้เกิดการหลักดัน พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้าฉบับใหม่ เพื่อจัดโครงสร้าง ภาษีแหล่งน้ำสาธารณะร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้าฉบับใหม่ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเก็บภาษีเพิ่ม จากผู้ที่ใช้น้ำสาธารณะ ที่หมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งที่รัฐจัดสร้างขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน สาเหตุที่ต้องมีการจัดเก็บภาษีแหล่งน้ำสาธารณะ ก็เพื่อความเท่ากันของคนในสังคม และปิดช่องโหว่ ในกฎหมายของกรมชลประทานและน้ำบาดาลที่ไม่สามารถครอบคลุมถึง เพราะปัจจุบัน ยังมีผู้ผลิตเกษตรเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการรีสอร์ต รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่สูบน้ำไปใช้ในกิจการอย่างเสรี ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงมีการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาบังคับใช้โดยอัตราการจัดเก็บภาษีการใช้น้ำสาธารณะแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ ใช้นํ้าเพื่อการดำรงชีพ ของประชาชนทั่วไป ไม่ต้องเสียค่าใช้นํ้า ,การใช้นํ้าเพื่อประกอบธุรกิจการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เพื่อการพาณิชย์ เสียค่านํ้าอัตราลูกบาศก์เมตรละไม่เกิน 50 สตางค์ ส่วนการอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาหรือกิจการอื่น เก็บค่านํ้าในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 1 - 3 บาท และ สำหรับกิจการขนาดใหญ่ อย่าง สนามกอล์ฟ , โรงไฟฟ้า , นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจขายนํ้าดิบเชิงพาณิชย์ ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรือ อาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ หรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง จะเก็บค่านํ้าอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3 บาท และบังคับให้ขอใบอนุญาตจาก"อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ"โดยความเห็นชอบของ"กนช."

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon