คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

เปิดบันทึกข้อความ สอบตำรวจ พา "ยิ่งลักษณ์" หนี

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อคืนวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย มีทั้งยศ พ.ต.อ. ตำแหน่งรอง ผบก. ,ยศ พ.ต.ท. ตำแหน่ง สว.สส. และชั้นประทวน ยศ ด.ต. มาสอบสวนพร้อมรถยนต์เก๋ง โตโยต้าแคมรี่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนี กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็มีหนังสือบันทึกข้อความ เรื่อง รายงานการซักถามผู้เกี่ยวข้องกรณีการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนี ดังนี้เรียนพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้วยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ข้าฯได้ร่วมกับพล.ต.วิจารณ์ จดเเตง หัวหน้าฝ่ายกฏหมายหน่วยเฉพาะกิจการข่าว คสช.ทำการซักถามบุคคลผู้เกี่ยวข้องในกรณีการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนี จำนวน 4 ปาก ปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้1.พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 บช.น.ให้การว่าเมื่อวันที่ 23 ส.ค.2560 เวลาประมาณ 18.20 น.ได้ขับรถยนต์เก๋งสายตรวจยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลตริส สีบรอนเทา หมายเลขโล่ 0980 ไปจอดรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริเวณลานจอดรถหน้าห้างโลตัส สาขาวัชรพล หลักจากนั้นประมาณ5นาทีต่อมา ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยทราบว่าภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ดังกล่าวมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งอยู่ด้วย จากนั้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ได้ขับออกไปมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล จึงได้ขับรถยนต์ตามไป จนถึงหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล รถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์เข้าไปทางป้อมยามของหมู่บ้าน เข้าไปในซอย 23 ส่วน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ จอดรถรออยู่ที่ปากซอย 23 ไม่เข้าตามไปด้วย ต่อมาอีกประมาณ 2 นาที ได้มีรถยนต์เก๋งยี่้ห้อโตโยต้ารุ่นเเคมรี่ สีบรอนเทา มีซันรูบ ติดเเผ่นป้ายทะเบียน ฌย 2123 กรุงเทพมหานคร ขับมาและขับนำรถยนต์คันที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ไป โดยรยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเเคมรี่คันดังกล่าวนั้น มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งมา โดยเป็นการเปลี่ยนรถยนต์นั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จนถึงซอย 38 รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นเเคมรี่ ก็ได้ขับเข้าไปยังบ้านพักของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ซึ่งอยู่ท้ายซอย โดย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เองก็ได้ขับรถยนต์เข้าไปจอดไว้ในบ้านพักของพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์จากนั้น พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ไปขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเเคมรี่ ซึ่งในรถเก๋งคันดังกล่าวมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเลขา ที่เป็นผู้หญิงอีก1คน นั่งอยู่(โดยทั้งสองคนได้ใช้หน้ากากอนามัย(แมส)สีดำปิดปากและจมูกไว้ และสวมหมวกเเก๊ปสีเข้มไว้ทั้สองคน) มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล เลี้ยวซ้ายไปที่ถนนรามอินทรา มุ่งหน้ามีนบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปถนนสุวินทวงศ์ มุ่งหน้าจ.ฉะเชิงเทรา พอผ่านตัวจ.ฉะเชิงเทราได้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.พนมสารคาม เมื่อถึงต.เขาหินซ้อน ได้เลี้ยวขวามุ่งหน้าจ.สระเเก้ว ผ่านจ.สระเเก้ว พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ขับรถมุ่งไปยังอ.อรัญประเทศ เมื่อถึงตัวอ.อรัญประเทศ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 23สิงหาคม 2560 จากนั้นได้ขับรถไปตามถนนสุวรรณศร เพื่อไปที่นัดหมายโดยมีรถมารอรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ห่างจากสถานีรถไฟอรัญประเทศไปประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ซึ่งบริเวณดังกล่าว ไม่มีไฟส่องสว่างจากที่ใดๆเมื่อไปถึง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เห็นรถยนต์กระบะสี่ประตู สีทึบ โดยไม่ได้สังเกตยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน จอดรออยู่และมีชายลักษณะสูงประมาณ 180 ซม. ซึ่งมองเห็นหน้าไม่ชัดว่าเป็นชายไทยหรือไม่ โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้เปิดไฟกระพริบซ้ายขวาด้านหลังไว้ด้วย ซึ่ง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้จอดรถยนต์คันที่ขับมาต่อท้าย จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินมารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลาขาหญิง ไปขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวแล้วขับออกไป ส่วนพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ได้ขับรถต่อไปอีก 500 เมตร จึงแวะจอดข้างทางเพื่อนอนพักผ่อนชั่วคราว โดยตื่นขึ้นมาเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค.2560 จึงได้ขับรถยนต์กลับ กทม.ตามเส้นทางเดิม ถึงบ้านพักของพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ที่หมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล ในเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 24 ส.ค.2560 โดยไม่ได้แวะพักที่ใดแต่อย่างใด และได้จอดรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่คันดังกล่าวไว้ที่บ้านจนเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2560 พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่คันดังกล่าว โดยเปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็น ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนเดิมห่อด้วยกระดาษหนังวสือพิมพ์ไปซุกซ่อนไว้ที่บริเวณที่เก็บยางอะไหล่ภายในกระโปรงท้ายรถคันดังกล่าว แล้วนำไปให้ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ที่จังหวัดนครปฐม เพื่อนำไปแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐาน ซึ่ง ด.ต.พรพิพัฒน์ เคยรับราชการและทำการร่วมกันกับพ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ในสมัยที่เคยรับราชการอยู่ที่กองบังคับการปราบปรามด้วยกันเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในวันต่อมา พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้โทรศัพท์ไปบอก ด.ต.พรพิพัฒน์ ให้นำป้ายทะเบียนที่ซุกซ่อนไว้ในรถไปทำลายด้วย2.ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ ฝอ.7 ภ.จว.นครปฐม ให้การว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2560 ได้มี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ได้นำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร มาให้และให้ช่วยติดต่อหาคนเพื่อนำไปแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐาน โดยได้นำมาที่ร้านอาหารแสงจันทร์ของด.ต.พรพิพัฒน์ ในตัวเมืองนครปฐม ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้จอดไว้ที่ร้านอาหารของด.ต.พรพิพัฒน์ เอง โดยยังไม่ได้ทำอะไรกับรถยนต์คันดังกล่าว ต่อมาวันที่ 30 ส.ค.2560 ด.ต.พรพิพัฒน์ จึงได้ติดต่อให้ พ.ต.ท.สามมิตร ไชยอิ่นคำ สว.สส.ภ.จว.นครปฐม ซึ่งเป็นนักเรียนพลตำรวจรุ่นเดียวกัน นำรถยนต์คันดังกล่าวไป เพื่อนำไปแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐานต่อไปหลังจากนั้น ด.ต.พรพิพัฒน์ไม่ทราบรายละเอียดว่า จะได้มีการนำไปแยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐานแล้วหรือไม่ อย่างไร โดยหลังจากที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ นำรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดไว้ที่ร้านอาหารของด.ต.พรพิพัฒน์แล้ว ได้โทรศัพท์มาบอกให้ด.ต.พรพิพัฒน์ นำแผ่นป้ายทะเบียนอีกชุดหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในที่เก็บยางอะไหล่ในกระโปรงท้ายรถคันดังกล่าวไปทำลาย โดยนำไปเก็บไว้ในร้านอาหารของด.ต.พรพิพัฒน์ ก่อนที่จะมอบรถยนต์คันดังกล่าวให้กับ พ.ต.ท.สามมิตร ไป ซึ่งแผ่นป้ายทะเบียนชุดดังกล่าวมีกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้จนกระทั่งต่อมาในวันนี้(21 ก.ย.2560) พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์คันดังกล่าว และมีผู้บังคับบัญชาได้นำตัวมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์คันดังกล่าว และซักถามถึงป้ายทะเบียนชุดดังกล่าว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่ร้านอาหารของด.ต.พรพิพัฒน์ จึงทราบว่าเป็นแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฌย 2123 กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดแผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป3.พ.ต.ท.สามมิตร ไชยอิ่นคำ สว.สส.ภ.จว.นครปฐม ให้การว่าเมื่อประมาณวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ได้มี ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ติดต่อมาให้ไปช่วยนำรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเเคมรี่ ติดเเผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฌข 5323 กรุงเทพ ไปเเยกชิ้นส่วนทำลายหลักฐาน จากนั้นได้ไปนำรถยนต์คันดังกล่าวจากร้านอาหารเเสงจันทร์ของด.ต.พรพิพัฒน์ ไปจอดไว้ใต้ต้นไม้บริเวณบ้านของด.ต.ธนารักษ์ ชาวสวนเเก้ว ผบ.หมุ่ งานสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.สามมิตร โดยยังไม่ได้นำไปแยกชิ้นส่วนเเต่อย่างใด จนกระทั่งต่อมาในวันนี้(21กันยายน2560) ด.ต.พรพิพัฒน์ และผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ท.สามมิตร ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ดังกล่าว และให้นำรถยนต์คันดังกล่าวมามอบให้ จนท.ที่สำนักงานตำรวจเเห่งชาติและมาให้ปากคำเพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าว4.พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ คำมาตย์ รอง ผกก.6ทล.ให้การว่าเมื่อวัน12กันยายน2560ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้มารับมอบหมายภารกิจทำการสืบสวนรวบรวมข้อมูลรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเเคมรี่3.5 Q พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ กับพวกจึงร่วมกันตรวจสอบข้อมูลทั้งจากข้อมูลระบบ Polisที่มีการเชื่อมโยงกับกรมการขนส่งทางบก และได้ตรวจสอบกับบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จึงทราบว่ารถยนต์รุ่นดังกล่าวไม่มีการผลิตในประเทศไทยและได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเริ่มตั้งเเต่ปี ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) จำนวน 283 คันซึ่งมีข้อมูลสี หมายเลขตัวถัง ปีที่จดทะเบียนทั้ง 283 คันเเละเมื่อได้ตรวจดูเเล้วพบว่ารถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเเคมรี่ ติดเเผ่นป้ายทะเบียน ฌข5323 กรุงเทพ (เดิมติดเเผ่นป้ายทะเบียนฌย2123กรุงเทพ) มีหมายเลขตัวถังไม่ตรงกับรถยนต์ที่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยทั้งจำนวน 283 คันเเต่อจากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวระบุเลขตัวถังคือ MR053BK4107001933 หมายเลขเครื่องคือ 2AZ1197836
image beaconimage beaconimage beacon