คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
น้ำในเขื่อนหลัก 5 แห่งมีพอแค่บริโภค

เฝ้าระวังชายไทยภาคกลาง เสี่ยงฆ่าตัวตาย

วันที่ 10 กันยายน ของทุกปีเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโดย อธิบดีกรมสุขภาพ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถิติการฆ่าตัวตายของคนไทยว่าลดลงจากปีก่อน แต่ยังมีจำนวนมากอยู่ ขณะเดียวกันต้องจับตาเฝ้าระวังชายไทยวัยแรงงานในพื้นที่ภาคกลาง เป็นพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสุงขึ้นอธิบดีกรมสุขภาพจิต นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ บอกว่า อัตราการฆ่าตัวตายล่าสุดของคนไทย ปี 2559 อยู่ที่ 6.35 ต่อประชากรแสนคน ลดลงจากปี 2558 ที่มีอัตรา 6.47 ต่อประชากรแสนคน อย่างไรก็ตามแม้จะมีแนวโน้มลดลง ยังคงเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 340 คนหรือทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกัน คือ ภาคเหนือยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสุงกว่าภาคอื่น ส่วนภาคกลาง เป็นภาคที่มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เน้นเฝ้าระวังในเขตภาคกลางมากขึ้นเนื่องจากพบว่า ชายวัยแรงงานมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง และสุงกว่าผู้หญ้งถึง 4 เท่า โดยเฉพาะช่วงอายุ 35-39 ปี มีอัตราฆ่าตัวตายสุงสุดอยู่ที่ 9.11 ต่อประชากรแสนคน นพ.บุญเรือง ย้ำว่าปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องไกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยคำขวัญรณรงค์วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก จากสมาคมนานาชาติเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย ในปีนี้ คือ เพียงนาที ชีวิตเปลี่ยน ซึ่งทุกคนสามารถช่วยป้องกัน และลดปัญหาการฆ่าตัวตายลงได้ โดยใช้หลัก 3ส. คือ สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง และส่งต่อเชื่อมโยง อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกอีกว่า หากขอเพียง 1 นาที หันกลับมาฟังเ หันกลับมาให้กำลังใจ ชีวิตจะเปลี่ยน และอาจใช้เวลานี้ โดทรมาปรึกษาขอความช่วยเหลือจากสายด่วน สุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง ตลอดจนสามารถประเมินภาวะเสี่ยงต่อการทำร้านตัวเอง พร้อมรับแนวทางการช่วยเหลือได้ที่ แอพลิเคชั่น Sabaijai (สบายใจ) ดาวน์โหลดฟรี ทั้งระบบ android และ ios

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon