คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

แกะรอย 13 วันรวบ "หนุ่มโปแลนด์" บึ้มตู้เอทีเอ็ม

หลังจากเกิดเหตุ คนร้าย ก่อเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็ม หน้าประตูทางเข้าห้างเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ก่อนฉกกล่องบรรจุเงินสด ภายในมีเงินสดกว่า 3 แสนบาท เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจใช้เวลาแกะรอย 13 วันจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้ และพบว่าไม่ใช่คนไทย เราไปย้อนรอยปฏิบัติการแกระรอยจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด ติดตามจากรายงานเช้ามืดวันที่ 13 กันยายน ท่ามกลางความเงียบสงบของบรรยากาศในช่วงเช้า กลับไม่สงบสงบอีกต่อไป เมื่อบังเกิดเสียงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ สาขากรุงเทพกรีฑา แรงระเบิดส่งผลให้ตู้เอทีเอ็มเสียหาย แตกกระจัดกระจายไปไกลกว่า 30 เมตร และกล่องใส่เงินสดในตู้หายไป ภายในมีเงินสด 314,100 บาท อัตรธานหายไปจากจุดเกิดเหตุพยาน บอกว่า เวลาประมาณ ตี 3 ได้ยินเสียงระเบิด เมื่อออกมาดูก็พบไฟไหม้อยู่บริเวณตู้เอทีเอ็ม มีชายสวมแจ็คเก็ตและกางเกงสีดำ หมวกกันน็อคสีขาว กำลังลากกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม คาดว่าจะเป็นกล่องบรรจุธนบัตรออกมาจากกองไฟ แล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขี่หลบหนี มุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์ตำรวจพุ่งเป้าไปที่การประสงค์ต่อทรัพย์อย่างแน่นอน แต่เมื่อคนร้ายใช้ระเบิด จึงยังไม่ทิ้งประเด็นการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายด้วย และคาดว่าคนร้ายมีความรู้เรื่องตู้เอทีเอ็ม และระเบิดเป็นอย่างดี เพราะ คนร้ายเลือกติดระเบิดด้านข้างซ้ายของตู้เอทีเอ็ม ที่เป็นส่วนที่เปราะบางที่สุด แรงดันของระเบิดทำให้กล่องบรรจุธนบัตร กระเด็นออกมาด้านหน้าอย่างง่ายดายเมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจึงพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยต์เข้ามา และขี่รถจักรยายนต์ออกไป โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 5 นาทีเท่านั้นและเมื่อแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ย้อนหลังก่อนวันเกิดเหตุ 3 วัน พบว่า วันที่ 11 และ 12 กันยายน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายต้องสงสัยลักษณะเป็นชาวต่างชาติ ขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนลงมือก่อเหตุช่วงเช้ามืดวันที่ 13 กันยายน จึงมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนไทยรวมทั้งครั้งแรกจะมีการพุ่งเป้าการก่อเหตุไปที่การใช้ระเบิดซีโฟร์ แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดกลับพบว่าคนร้ายใช้ ถังแก๊สร้านไก่ย่างในที่เกิดเหตุ ต่อสายอัดแก๊สเข้าไปในตู้เอทีเอ็ม ก่อนราดน้ำมันเบนซินจากตู้เอทีเอ็มมาเป็นทาง และจุดไฟลามไปถึงตู้เอทีเอ็มที่อัดแน่นด้วยแก๊สจนระเบิด ก่อนนำกล่องเงินสดขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปและในที่สุด ชุดสืบสวน ก็สามารถตามจับกุมนายกราคจานพาเวล สเตนิสซิวสกี้ (MR.GRACJANPAWEL STANISZEWSKI) ชาวโปแลนด์วัย 38 ปี ที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งภายในซอยรามคำแหง 50 ย่านรามคำแหง ยึดเงินสดได้ 1 พันบาท ส่วนเงินที่ได้ไปกว่า 3 แสนกว่าบาทคาดว่าใช้เที่ยวเตร่หมดแล้ว พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพรถขณะเดียวกันตำรวจยังพบข้อมูล การเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 17 กันยายน ก่อนชะล่าใจ ย้อนกลับมายังประเทศไทย วันที่ 19 กันยายน กระทั่งถูกจับได้ และสิ่งที่ตำรวจต้องพยายามตรวจสอบต่อไปคือ คนร้ายจะประวัติการก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ในต่างประเทศหรือไม่ถือเป็นความพยายามตลอด 13 วันในการแกะรอยจนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ ที่ประสบความสำเร็จได้ในที่สุด
image beaconimage beaconimage beacon