คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

แนวคำตัดสินศาลฎีกา คดีครูจอมทรัพย์

วันนี้ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา คดีครูจอมทรัพย์ ขอรื้อฟื้นคดีที่เธอเคยถูกจำคุกในคดีขับรถประมาทชนคนตาย ซึ่งพ้นโทษออกมาแล้วก็ตาม แต่..คำพิพากครั้งนี้ สังคนจะได้รับรู้ว่าว่าเธอเป็น "แพะ" หรือ "แกะ"บ่ายวันนี้ ศาลจังหวัดนครพนม ได้นัด "ครูจอมทรัพย์" ที่ต้องโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือนในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรฯ ซึ่งพ้นโทษแล้วหลังจากได้รับอภัยโทษเมื่อปี 2558 หลังจากถูกจำคุกมานาน 1 ปี 6 เดือนระหว่างวันที่ 8-10 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนครพนม สืบพยานบุคคล ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ มีคำสั่งรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร อายุ 54 ปี ขึ้นมาพิจารณาใหม่แล้วผู้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดี และอัยการซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องในคดีเดิม มาร่วมฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในการพิจารณาพยานหลักฐานที่นำสืบตามคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาใหม่ว่า "จะยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดี ว่าเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาเดิมที่ได้วินิจฉัยแล้ว หรือไม่ // หรือ จะยกพิพากษาเดิม และพิพากษาว่าบุคคลนั้นไม่ได้กระทำความผิดคดีของ "ครูจอมทรัพย์" วัย 54 ปี เริ่มต้นเมื่อถูกกล่าวหาว่า ขับรถกระบะอีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 สกลนคร ชน นายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มี.ค.48 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม กระทั่งมีการดำเนินคดี จนกระทั่ง 24 ก.ย.56 ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 3 ปี 2 เดือนระหว่างนางจอมทรัพย์ ถูกจองจำตามคำพิพากษาปรากฏว่า เมื่อกลางปี 2557 ได้มีนายสับ วาปี ชาว จ.มุกดาหาร ได้รับสารภาพว่า เป็นผู้ขับรถอีซูซุ สีเขียว รุ่นเคบีแซด ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ชนนายเหลือ พ่อบำรุง ตายต่อมาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.58 "ครูจอมทรัพย์" พ้นโทษออกมา จึงได้เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือใช้สิทธิ์ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ยื่นคำร้องต่อศาลจังนครพนมที่เป็นศาลชั้นต้นซึ่งเคยพิพากษาคดีเดิมขอรื้อฟื้นคดีพยานของ "ครูจอมทรัพย์" ผู้ร้อง 9 ปากแต่ไม่ได้อ้างนายสับ วาปี เป็นพยานในชั้นศาล เนื่องจากฝ่ายผู้ร้องให้น้ำหนักทางนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าพยานบุคคล โดยฝ่ายผู้ร้องนำสืบเน้นในเรื่องของรถกระบะอีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 สกลนคร ของครูจอมทรัพย์ไม่ได้มีการเฉี่ยวชนเกิดอุบัติเหตุ รวมกับประเด็นที่นายสับ วาปี ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนชนนายเหลือส่วนฝ่ายอัยการซึ่งยื่นคัดค้านการรื้อฟื้นคดี ได้นำพยานซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีเดิมและตำรวจ มาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล รวม 15 ปาก ที่นำสืบเน้นเรื่องของการครอบครองรถอีซูซุ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ว่าไม่ได้อยู่ในการครอบครองของนายสับ วาปี ที่ออกมาอ้างว่าเป็นคนขับรถชนคนตายในคดีดังกล่าว แต่รถอยู่ในการครอบครองของบุคคลอื่นคือ นายอุบล ไชยบัน ระหว่างปี 2547 - 2551สำหรับคำพิพากษานั้นออกได้ 2 แนวทาง คือ1. ถ้าศาลฎีกา เห็นว่า "ครูจอมทรัพย์" ซึ่งเคยได้รับโทษอาญาจำคุกในคดีเดิมทําความผิดจริง ก็จะยกคํารอองขอรื้อฟื้นคดี 2. แต่ถ้าศาลฎีกา เห็นว่า "ครูจอมทรัพย์" ไม่ได่กระทําความผิด ก็จะ พิพากษายกคําพิพากษาเดิม และพิพากษาใหม่ว่า "ครูจอมทรัพย์" ไม่ได้ทําความผิดศาลฯยังสามารถกำหนดค่าทดแทนสิทธิที่เสียไปจากการถูกจำคุกได้ตามคำขอของผู้ร้องและตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น การรับค่าทดแทนที่ถูกกักขังตามอัตราที่กำหนดไว้สำหรับการกักขังแทนค่าปรับในประมวลกฎหมายอาญา , การคืนทรัพย์กรณีที่เคยถูกสั่งปรับ , การคืนทรัพย์สินที่ถูกสั่งริบ รวมถึงการขอกลับคืนราชการ
image beaconimage beaconimage beacon