คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"ควิโตวา" ผงาดแชมป์เทนนิสกาตาร์ โอเพ่น

แฟนมือปืนลาสเวกัสไม่รู้แผนสังหารใหญ่

แฟนมือปืนลาสเวกัสให้ปากคำกับตำรวจยืนยันไม่รู้เรื่องแผนยิงสังหารหมู่ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ลงพื้นที่เยี่ยมเหยื่อเคราะห์ร้ายและประกาศว่าทั้งประเทศอยู่ในช่วงเศร้าโศกและไว้อาลัย และพรรคเดโมแครตผลักดันกฎหมายห้ามอุปกรณ์แต่งปืนให้ยิงเร็วขึ้นอย่างที่คนร้ายใช้ก่อเหตุมาริลู แดนลีย์ วัย 62 ปี หญิงชาวฟิลิปปินส์ที่ถือสัญชาติออสเตรเลีย ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอสอบปากคำทันทีในฐานะคนใกล้ชิดของมือปืน ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย หลังเดินทางจากฟิลิปปินส์ถึงนครลอสแองเจลิสเมื่อคืนวันอังคาร โดยหวังว่าเธอจะช่วยไขปริศนาถึงเหตุจูงใจที่ทำให้สตีเฟน แพดด็อค วัย 64 ก่อเหตุกราดยิงในงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้งเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 58 รายและผู้บาดเจ็บ 527 คนทนายความ อ่านคำแถลงการณ์ของเธอเมื่อวานระบุว่า เธอไม่รู้เลยว่าเขาจะทำอะไรอย่างนี้ แพดด็อคเป็นคนใจดี ห่วงใยผู้อื่น เงียบขรึม เธอรักเขาและหวังมีอนาคตที่ดีร่วมกัน เขาไม่เคยบอกอะไรหรือทำอะไรที่เป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดเหตุน่าสะพรึงกลัวแบบนี้ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเขาบอกว่า มีตั๋วเครื่องบินราคาถูกให้เธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวในฟิลิปปินส์และโอนเงินไปให้เธอไว้ซื้อบ้าน ซึ่งตอนนั้นก็กลัวว่า เขาต้องการแยกทางกับเธอหรือเปล่า แดนลีย์ซึ่งย้ายไปอยู่สหรัฐฯเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไปถึงฟิลิปปินส์เมื่อ 25 ก.ย.เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุกราดยิง และมีข่าวว่าเขาโอนเงินเข้าบัญชีเธอในฟิลิปปินส์ 1 แสนดอลลาร์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปยังนครลาสเวกัส และเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล และพบปะเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน พร้อมทั้งบอกว่า เขาอยู่เคียงข้างชาวลาสเวกัส 100% นอกจากนี้ในช่วงที่นักข่าวสอบถามถึงเรื่องกฎหมายปืน ทรัมป์ตอบว่า จะไม่คุยเรื่องนี้ในวันนี้ และบอกด้วยว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้แรงจูงใจของมือปืน แต่เขาเชื่อว่า สิ่งที่เจอขณะนี้ คือ ชายคนหนึ่งที่ป่วยมากๆ และเสียสตินอกจากนี้เขาประกาศว่า เมื่อวันพุธเป็นวันที่ชาวอเมริกันทั้งประเทศอยู่ในภาวะเศร้าโศกและร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เคราะห์ร้าย และ"เราจะยืนหยัดเคียงข้างเพื่อช่วยให้คุณผ่านพ้นความเจ็บปวด คุณไม่ได้อยู่ลำพัง"ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากเหตุสะเทือนขวัญทยอยออกมาเปิดเผยเรื่องราวในวันเกิดเหตุและมีเสียงเรียกร้องมากขึ้นให้ควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดขึ้น ล่าสุดวุฒิสมาชิกไดแอนน์ ไฟน์สไตน์จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการยุติธรรม เล่าถึงเหตุการณ์ที่ลูกสาวเปลี่ยนใจไม่ไปร่วมงานดนตรีที่ลาสเวกัสที่เกิดเหตุกราดยิง ขณะแถลงข่าวเสนอร่างกฎหมายห้ามอุปกรณ์ที่เรียกว่า "บัมพ์ สต็อก" ซึ่งใช้ติดเสริมกับปืนกึ่งอัตโนมัติเพื่อทำให้ยิงได้เร็วขึ้น แบบเดียวกับที่มือปืนใช้ทำให้ยิงสามารถยิงรัวได้ราวกับปืนอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์นี้สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon