คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
จับ "ไอ้น๊อต" ขาใหญ่ย่านบางนา พร้อมยาบ้าร่วมแสนเม็ด

"โทษประหารลอยมา" กับคำถามคาใจ

เป็นอีกคดีสะเทือนขวัญที่คนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักของพนักงานสาวคลีนิคเสริมความงามชื่อดัง ก่อนที่จะพยายามล่วงละเมิดทางเพศ แต่เมื่อเหยื่อขัดขืนสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผู้ก่อเหตุกลับลงมือใช้มีดกระหน่ำแทง กว่า 20 แผล จนเสียชีวิต แต่เมื่อสืบประวัติกลับพบว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษออกมา และมีการก่อเหตุซ้ำ และแม้จะถูกตัดสินจำคุกถึง 33 ปี แต่ถูกจำคุกจริงเพียง 9 ปี คำถามที่เกิดขึ้นคือ การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมที่ป้องกันไม่ให้ผู้เคยทำผิดมาก่อเหตุซ้ำจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพื่อที่ไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำแล้วซ่ำเล่าจับฆ่าเลยคุณตำรวจ จับมาฆ่าให้ตายเหมือนลูกฉันเลย ฆ่าให้ตาย ฉันจะได้นอนตายตาหลับ ถ้าจะปล่อยไปขังไว้เหมือนคดีที่แล้ว ๆ มา ฉันก็จะตายตาไม่หลับคำวิงวอนของ นางเหรียญ วรวงศ์ แม่ของน้องเมย์ หรือ นางสาวประภาพร วรวงศ์ อายุ 19 ปี พนักงานคลีนิกเสริมควางามชื่อดัง ที่ให้ลงโทษขั้นสูงสุดกับนายธีระพงศ์ อดิษฐ์ศร ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้มีดแทงลูกสาวของเธออย่างโหดเหี้ยมถึง 20 แผล ก่อนหลบหนีไป กระทั่งตำรวจตามจับกุมตัวไว้ได้นางเหรียญ ยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องเมย์ คือเสาหลักที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว เพราะพ่อประสบอุบัติเหตุจนมีอาการทางสมอง ทำได้เพียงงานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แม่ที่เป็นโรคเบาหวาน และความดัน ทำงานได้บ้างนิดหน่อย และพี่ชายน้องเมย์ อายุ 27 ปี ที่ป่วยเป็นโรคสมองโต ช่วยตัวเองไม่ได้ มีแต่น้องเมย์ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัวตั้งแต่น้องเมย์ทำงาน ทุกเดือนจะส่งเงินกลับมาให้ที่บ้านเดือนละ 3,000 บาท แม้จะไม่มากมาย แต่นั่นก็สามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้เรื่อยมา แต่สุดท้ายลุกสาวกลับต้องมาเสียชีวิตลงเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 25 กันยายน แม้ตำรวจจะใช้เวลาเพียงวันเดียว ในการติดตามตัวคนร้าย แต่เมื่อตรวจสอบประวัติกลับพบว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ นายธีระพงศ์ ผู้ต้องหา เคยก่อเหตุสะทือนขวัญ เพราะก่อนหน้านี้ นายธีระพงศ์ เคยต้องคดีพยายามฆ่า ถูกศาลตัดสินจำคุก 33 ปี แต่ติดคุกจริง 9 ปีและได้รับการปล่อยตัวออกมา ซ้ำยังมีประวัติเสพยาอีกด้วยนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรก ที่ผู้ก่อเหตุ เคยต้องโทษ และเมื่อพ้นโทษออกมา กลับมาก่อเหตุซ้ำหากย้อนไปยังเหตุสะเทือนขวัญที่ยังอยู่ในความทรงจำก่อนหน้านี้คือ กรณีที่นายกิตติกร วิกาหะ หรือตั้ม อายุ 26 ปี ที่ใช้มีดแทงและปาดคอชิงโทรศัพท์ไอโฟน ของนายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เสียชีวิต บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560และเมื่อตรวจสอบประวัติก็พบว่า นายกิตติกร มีความผิดยาวเป็นหางว่าวทั้ง ถูกจับกุมฐาน "ละเมิดลิขสิทธิ์" , สูดดมสารระเหย , บุกรุกทำให้เสียทรัพย์ , ทำร้ายร่างกาย , ข่มขู่เก็บดอกเบี้ยกเกินกฎหมายกำหนด รวมทั้ง ผลิตและครอบครองพืชกระท่อม กระทั่งมาก่อเหตุสะเทือนขวัญคือ ฆ่าผู้เสียหายชิงโทรศัพท์คำถามที่เกิดขึ้นเหตุใด ผู้ที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์หลายครั้ง กลับกลายเป็นผู้ที่เพิ่งพ้นโทษออกมา และแน่นอนว่าเมื่อเกิดอุกฉกรรจ์แต่ละครั้ง เสียงที่กึกก้องตามออกมาตลอดเวลาคือการเรียกร้องโทษประหาร แต่นั่นอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือไม่ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนเหล่านี้กลับมาก่อเหตุซ้ำอีกความพยายามในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรม จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อที่จะให้วลีที่ว่า "ขอให้ เป็นรายสุดท้าย" จะไม่ถูกเปล่งออกมาจากปากของผู้สูญเสียอีกต่อไป

รายการที่จะเล่น

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon