คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
ระวัง!! ผู้ไม่หวังดีสวมรอยนำบัตรปชช.ไปจดทะเบียนธุรกิจ

ไต่สวน "ระบายข้าว" นัดสุดท้าย

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันนี้นัดไต่สวนพยานจำเลยชุดสุดท้ายคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แบบจีทูจีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ บุญทรง เตริยาภิรมย์กับพวก ฐานทุจริตในการซื้อขายข้าวสารแบบจีทูจี และมีอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ เช่น นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายฑิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ / นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตีส์ จำกัด รวมถึงเอกชนรายเล็กรายน้อย รวมมีจำเลย 28 ราย / ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่มีการเรียกยึดทรัพย์นั้นมีทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาทโดยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่า ระบายข้าวแบบจีทูจีโดยมิชอบ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบพบว่า ข้าวทั้งหมดไม่ได้มีการขายแบบจีทูจีให้กับตัวแทนรัฐวิสาหกิจของจีน แต่มีการนำมาเวียนขายภายในประเทศ โดยเครือสยามอินดิก้าเป็นผู้ไปรับข้าวจากคลังสินค้า และนำเวียนขายให้กับเอกชนรายเล็กต่อทั้งนี้ นายบุญทรง ได้บอกก่อนเข้าฟังการไต่สวนพยานจำเลยเพียงสั้นๆว่า ส่วนตัวพร้อมที่จะรับผลการพิจารณา ขณะที่การดำเนินการของกรมบังคับคดี มีการประสานมาแล้วแต่ยังไม่ขอเผยรายละเอียดสำหรับการไต่สวนพยานจำเลยวันนี้มีทั้งหมด 3 ปาก โดยปากแรกเป็นทนายความอาชีพของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ยืนยันว่าบริษัทกวางตุ้ง กับบริษัทไห่หนาน เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนถือหุ้น 100% และสามารถดำเนินธุรกิจซื้อขายสินค้ากับต่างประเทศได้ โดยเมื่อเจรจาเสร็จต้องกลับมาแจ้งกับรัฐบาลซึ่งอัยการได้ซักค้านถึงขอบเขตการจดทะเบียนบริษัทที่ไม่ตรงตามที่ขออนุญาต แต่กลับประกอบธุรกิจซื้อขายข้าวได้ พยานได้ตอบว่า ขอบเขตบริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้ทุกประเภท หากพบมีการประกอบธุรกิจนอกเหนือที่ระบุไว้ กระทรวงพานิชย์ของจีน จะเรียกให้ไปจดทะเบียนเพิ่มเติม ส่วนประเด็นทุนจดทะเบียนที่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนเงินมหาศาล พยานชี้แจงว่า บริษัทสามารถกู้ยืมได้ ไม่เกี่ยวกับทุนจดทะเบียน

รายการที่จะเล่น

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon