คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

สังคมกังขา สธ. ร่าง พ.ร.ก. นิรโทษกรรมให้คนบริหารวัคซีนโควิด

โลโก้ BBC News ไทย BBC News ไทย 9/8/2564
© Reuters

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงเหตุผลของการร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 พ.ศ. ... ว่าเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจและปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดและทรัพยากรที่มีจำกัด ให้ปฏิบัติงานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลถูกฟ้องร้อง

ทว่า ประเด็นหลักที่สังคมกำลังตั้งคำถามต่อ ร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ ที่ สธ. กำลังดำเนินการจัดทำและยกร่างอยู่ในขณะนี้คือ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ "นิรโทษกรรม" ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดหาหรือบริหารวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีจำนวนไม่เพียงพอและจัดหาได้ล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์และยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เสียงวิจารณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ตั้งคำถามว่า "ควรแล้วหรือ ที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบกึ่งเหมาเข่ง ให้กับคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและบริหารวัคซีน" โดยในโพสต์ดังกล่าวได้แนบเอกสารที่ปรากฏชื่อของ นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นผู้จัดทำ

เอกสารดังกล่าวเป็นสไลด์ 8 แผ่น สรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดของบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยระบุว่าที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 ของ สธ. มีมติเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพปรับปรุงกฎหมายเพิ่มเติมในประเด็นการคุ้มครองบุคลากรการแพทย์สำหรับปฏิบัติงานตามข้อสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เอกสารที่นายวิโรจน์นำมาเผยแพร่ยังระบุเงื่อนไขการได้รับความคุ้มครอง "กรณีจัดหาและบริหารวัคซีน" ดังนี้

  • เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่ได้กระทําด้วยความจงใจให้เกิดความเสียหาย เว้นแต่กรณีจําเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
  • ไม่ได้กระทําด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ในการแถลงข่าววันนี้ (9 ส.ค.) นพ. ธเรศได้รับกล่าวถึงเอกสารที่ ส.ส. ก้าวไกลนำมาเปิดเผย แต่ยอมรับว่า สธ. ได้ตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นหน่วยงานหลัก และมีภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาควิชาชีพ ภาคกฎหมายมาช่วยกันพิจารณากลไกคุ้มครองผู้ทำงานในช่วงภัยพิบัติโรคระบาดให้ทำหน้าที่ได้เต็มความสามารถโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพอธิบายเพิ่มเติมถึงที่มาของการร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า โรคโควิด-19 เป็นโรคติดเชื้ออันตรายใหม่และได้รับการประกาศให้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ประกอบกับการมีข้อจำกัดหลายประการไม่ว่าจะเป็นแนวทางการรักษา เรื่องยารักษาโรค และจำนวนการติดเชื้อที่มากขึ้นจากระบาดหลายครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์และเตียงรักษาผู้ป่วยที่มีจำกัดและไม่เพียงพอ จนต้องไปเปิดโรงพยาบาลสนามและฮอสปิเทล

"ดังนั้น การที่มีภูมิต้านทานสำคัญจากการถูกฟ้องร้อง จะทำให้บุคลากรทางแพทย์มีขวัญกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งมีข้อเสนอจากองค์กรวิชาชีพจากสภาวิชาชีพต่าง ๆ และโรงพยาบาลเอกชนได้เสนอให้มีกฎหมายในลักษณะนี้ขึ้น" นพ. ธเรศกล่าว

ร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ คุ้มครองใครบ้าง

นพ. ธเรศเปิดเผยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ว่า ผู้ที่จะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมความผิดทางแพ่ง ทางอาญา ความรับผิดชอบทางวินัย และความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย

1. บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบโรคศิลปะในแขนงต่าง ๆ

2. อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาสมัครต่าง ๆ

3. บุคคลหรือคณะบุคคลที่มีส่วนในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงยารักษาโรคและวัคซีน

© EPA

ทั้งนี้ กฎหมายนี้คาดว่าจะครอบคลุมไปถึงสถานพยาบาลของทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งการปฏิบัติการนอกสถานที่ เช่น โรงพยาบาลสนาม การเดินทางไปรับส่งผู้ป่วย และการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่เฉพาะ

"ทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบใหญ่คือ การกระทำต้องเป็นไปโดยสุจริต ไม่ประมาทเลินเล่อร้ายแรง" นพ. ธเรศกล่าว

อนุทินป้องร่าง พ.ร.ก. อ้างเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางแพทย์

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการยกร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ ว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 และร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่เตรียมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ยังไม่ได้มีการเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"เราต้องการให้แพทย์ พยาบาล มีขวัญกำลังใจเต็มที่จะได้ทุ่มเทในการรักษาพยาบาล วัคซีนก็ต้องจัดหาเข็มสาม เพื่อความปลอดภัยในการไปรักษาคนไข้ มีความกังวลให้น้อยที่สุด สุดท้ายประชาชน คนไข้ก็ได้ประโยชน์" นายอนุทินกล่าว

เพิ่มเติมจาก กรุงเทพธุรกิจ

image beaconimage beaconimage beacon