คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ไอเอส : บีบีซีพาไปดูความเป็นอยู่ของภรรยาและลูก ๆ ของนักรบไอเอสในค่ายในซีเรีย

โลโก้ Khaosod Khaosod 23/10/2564
ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว
  • ปูนัม เทอเนเจอ
  • บีบีซี เอเชียน เน็ตเวิร์ก

ค่ายอัลฮอล์ เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สิ้นหวัง และภัยอันตราย

ที่นี่เป็นที่อยู่ของภรรยาและลูก ๆ ของนักรบกลุ่มไอเอส หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (Islamic State - IS) เป็นเหมือนเมืองขนาดย่อมที่หลายครอบครัวอาศัยอย่างเบียดเสียดในเต็นท์ ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนาม หอสังเกตการณ์ และผู้คุมพกอาวุธ

ค่ายที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายนี้อยู่ห่างจากเมืองอัลมาลิกคียาห์ไป 4 ชั่วโมง อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียซึ่งติดพรมแดนตุรกี

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

ผู้หญิงที่นั่นใส่ชุดสีดำและนิกอบ (Niqab) ซึ่งเป็นผ้าคลุมหน้าที่เปิดแค่ตา บางคนวางตัวเย็นชา ขณะที่บางคนแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ชัดเจน

แต่ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ยอมคุยกับฉัน พวกเขามาจากยุโรปตะวันออกทั้งหมด

ฉันถามว่าพวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่พวกเธอก็ไม่ยอมบอกอะไรมาก เอาแต่โทษสามีของพวกเธอที่ตัดสินใจเดินทางหลายพันไมล์มาเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส และอยู่ภายใต้กลุ่มผู้ปกครองที่ทรมาน สังหาร หรือเอาคนหลายพันคนไปใช้เป็นทาส

ที่นี่มีคนถูกกักตัวอยู่ 6 หมื่นคน โดยมีครอบครัวของนักรบไอเอสจากต่างประเทศ 2,500 ครอบครัว หลายคนอยู่ที่นี่ตั้งแต่การพ่ายแพ้ของกลุ่มจีฮัดที่เมืองบากูซ เมื่อปี 2019

ผู้หญิงเหล่านี้ระมัดระวังตัวเวลาเล่าอะไร ไม่ได้กลัวผู้คุม แต่กลัวผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่มีแนวคิดไอเอสอย่างสุดโต่งและบังคับใช้กฎต่าง ๆ ในค่ายแห่งนี้ เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ฉันคุยกับผู้หญิงเหล่านี้อยู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆาตกรรม

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

ความรุนแรงและการบ่มเพาะความคิดสุดโต่งเป็นปัญหาสำคัญที่กองกำลังประชาธิปไตยซีเรียซึ่งนำโดยชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นผู้ดูแลค่าย ต้องจัดการ

ดร.อับดุลคารีม โอมาร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเขตที่ปกครองโดยชาวเคิร์ดทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ยอมรับว่า กลุ่มไอเอสยังควบคุมความเป็นไปในค่ายอัลฮอล์ อยู่ โดยเขาบอกว่าผู้หญิงในค่ายซึ่งมีความคิดอย่างสุดโต่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความรุนแรงส่วนใหญ่

ในค่ายมีเด็ก ๆ เต็มไปหมด ซึ่งติดตามพ่อแม่มาซีเรียจากเอเชีย แอฟริกา และยุโรป

© สนับสนุนโดย Khaosod

JEWAN ABDI

ไม่มีอะไรให้เด็ก ๆ ในค่ายนี้ทำมากนัก มีเด็กบางคนปาหินใส่รถตอนเราขับผ่านส่วนของค่ายที่เป็นที่อยู่ของชาวต่างชาติ กระจกด้านผู้โดยสารแตก แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เด็กคนอื่น ๆ นั่งอยู่เฉย ๆ นอกเต็นท์ และก็มองสิ่งรอบตัวอย่างใจลอย

เด็กเกือบทุกคนเคยเผชิญกับความโหดร้ายที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจจินตนาการได้ ต้องย้ายที่พักอาศัยตลอดเวลาขณะกลุ่มไอเอสพยายามจะปกป้องดินแดนที่พวกเขายึดครองได้ในอิรักและซีเรีย

เด็กหลายคนเผชิญกับสงครามมาทั้งชีวิตและก็ไม่เคยไปโรงเรียน ส่วนใหญ่ต้องเสียพ่อหรือแม่ไปอย่างน้อยก็คนใดคนหนึ่ง บางคนได้รับบาดเจ็บรุนแรง ฉันเห็นเด็กชายที่ขาขาดข้างหนึ่งค่อย ๆ เดินไปตามพื้นที่ขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่น

ในค่ายนี้ มีมาตรการตรวจค้นเป็นประจำเพื่อพยายามป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ เด็กผู้ชายที่อายุมากหน่อยก็จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง เมื่อพวกเขาโตเป็นวัยรุ่นแล้วก็จะถูกแยกจากครอบครัวและส่งไปอยู่สถานกักกันอีกแห่งที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนากว่า

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

© สนับสนุนโดย Khaosod

JEWAN ABDI

เด็กผู้ชายที่อายุมากหน่อยก็จะถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม

ดร. โอมาร์ บอกว่า พวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะเด็กเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อตัวพวกเขาเองและคนอื่น โดยพวกเขาสามารถติดต่อกับแม่ได้ผ่านเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Red Cross - ICRC)

ค่ายโรซ์ เป็นค่ายที่เล็กกว่าอยู่ทางเหนือของค่ายอัลฮอล์ เป็นที่อยู่อาศัยของภรรยาเหล่านักรบกลุ่มไอเอสเหมือนกัน ที่นี่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า เป็นที่ที่ผู้หญิงจากสหราชอาณาจักร รวมถึงชามีมา เบกัม, นิโคล แจ็ก และลูกสาวของพวกเธออาศัยอยู่

ฉันมีโอกาสได้พบกับผู้หญิงจากสาธารณรัฐตรินิแดดและโตเบโก ซึ่งมีอัตราคนที่สมัครไปเข้าร่วมกลุ่มไอเอสสูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก

ผู้หญิงคนหนึ่งมีลูกชายอายุ 10 ขวบ เธอพาลูก ๆ ไปอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มไอเอสหลังจากสามีถูกสังหาร ตอนนี้เธอกังวลว่าลูกชายจะถูกพรากให้แยกไปอยู่สถานกักกันอีกแห่งเหมือนที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ๆ

สุขอนามัยในค่ายนี้อยู่ในระดับพื้นฐานเท่านั้น ห้องส้วมและห้องอาบน้ำอยู่กลางแจ้ง และเด็ก ๆ ก็บ่นเรื่องน้ำดื่มที่ต้องใช้ร่วมกันจากถังเก็บน้ำ

© สนับสนุนโดย Khaosod

JEWAN ABDI

"ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เราจะเผชิญกับหายนะที่เราไม่สามารถรับมือไหว"

มีตลาดเล็ก ๆ ในค่ายที่ขายของเล่น อาหาร และเสื้อผ้า แต่ละเดือน แต่ละครอบครัวจะได้อาหารเป็นชุด ๆ และเสื้อผ้าสำหรับเด็ก ๆ ตอนที่อยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มไอเอส มีผู้หญิงบางคนที่มีสามีคนเดียวกัน และสายสัมพันธ์นั้นก็ยังคงอยู่เรื่อยมาเพราะว่าพวกเขายังช่วยกันดูแลลูกและงานบ้าน

ประเทศตะวันตกบางประเทศมองว่า ภรรยาของนักรบกลุ่มไอเอสเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพวกเขา

ผู้หญิงหลายคนที่นี่ปฏิเสธว่า พวกเธอไม่ได้เป็นภัยคุกคาม อย่างไรก็ดี พวกเธอก็มักไม่ยอมพูดคุยถึงเหยื่อจากการกระทำของกลุ่มไอเอส ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงชาวยาซิดีหลายพันคนที่ถูกกลุ่มไอเอสจับไปเป็นทาส หรือศัตรูของกลุ่มที่โดนสังหาร เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงเหล่านี้จะบอกว่า พวกเธอไม่เคยเห็นความโหดร้ายของกลุ่มไอเอส ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัดหัว หรือการสังหารหมู่ที่ทำโดยสมาชิกกลุ่ม

ผู้หญิงเหล่านี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และน้อยคนที่จะเข้าใจว่า พวกเธอถูกมองอย่างไรโดยคนในประเทศที่ตัวเองจากมา อย่างไรก็ดี มีบางประเทศอย่าง สวีเดน เยอรมนี และเบลเยียม ที่ยอมรับแม่และลูกบางคนของนักรบไอเอสกลับประเทศ

กระนั้นก็ตาม สถานการณ์ในค่ายก็กำลังแย่ลงเรื่อย ๆ ทางการเคิร์ดกำลังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ รับประชาชนของตัวเองกลับประเทศ

"นี่เป็นปัญหาระดับนานาชาติ แต่นานาชาติกลับไม่ทำหน้าที่และรับผิดชอบในเรื่องนี้" ดร.โอมาร์ กล่าว "ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เราจะเผชิญกับหายนะที่เราไม่สามารถรับมือไหว"



++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

เพิ่มเติมจาก กรุงเทพธุรกิจ

image beaconimage beaconimage beacon